ผู้ว่าฯลพบุรี ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้ง 2 เหตุการณ์เกี่ยวกับกรณีแก๊งค์ทวงหนี้โหดในจังหวัดลพบุรี พร้อมย้ำประชาชน หากมีเบาะแสการกระทำผิดทุกเรื่อง แจ้งสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า จากกรณีปรากฏข่าวทางสื่อโทรทัศน์และสี่อออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับแก๊งค์ทวงหนี้โหด ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี โดยจังหวัดลพบุรี ได้รับรายงานจากอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าวุ้ง เกี่ยวกับทั้ง 2 เหตุการณ์ ดังกล่าว สรุปได้ว่า เหตุการณ์กรณีที่ปรากฏในรายการข่าวสื่อโทรทัศน์ นายเอกภพฯ (คนใส่เสื้อแดง) คนที่ถูกตี ถูกทำร้าย ที่อำเภอบ้านหมี่ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อ วันที่ 13 เมษายน 2567 เวลา 13.00 น. บ้านเลขที่ 341 หมู่ 5 ตำบลบางพึ่ง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดยนายเอกภพฯ ได้ไปขอยืมเงินนางสาวสุจิตราภาฯ แต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากเคยขอยืมบ่อยและยังไม่ได้ใช้ นายเอกภพฯ จึงเดินเข้าไปเอาถังแก๊สที่อยู่ในบ้านนายทัศน์กรณ์ฯ สามีนางสาวสุจิตราภาฯ เพื่อจะนำไปขายโดย ณ ที่เกิดเหตุนายทัศน์กรณ์ ฯ ได้ลงมือทำร้ายด้วยไม้ที่แขนกับศีรษะ โดยนางสาวสุจิตราภาฯ เป็นคน อัดคลิปและเผยแพร่คลิป ดังกล่าว ทั้งนี้การขอยืมเงินในเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายนี้ไม่เกี่ยวกับการกู้หนี้นอกระบบแต่อย่างใดตามที่สื่อโทรทัศน์นำเสนอ โดยทางอำเภอบ้านหมี่ได้รายงานว่า วันที่ 22 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.00 น. สถานี ตำรวจภูธรบ้านหมี่ ได้ติดตามให้ นายเอกภพฯ เข้ามาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายฐานความผิด "ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ "ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295
ซึ่งกรณีที่สื่อโทรทัศน์ ได้มีการนำเสนอภาพชายเสื้อแดงถูกทำร้ายจนแขนหัก นั้นข้อเท็จจริง เป็นกรณีของนางสาวขวัญใจ ฯ และสามี ถูกเจ้าหนี้ทำร้าย (นายทัศน์กรณ์ ฯ และนางสาวสุจิตราภา ฯ สามีภรรยา) โดยนำคลิปการทำร้ายนายเอกภพฯ (เสื้อแดง) มาใช้ในการข่มขู่นางสาวขวัญใจฯ เพื่อให้ชำระหนี้ ซึ่งสื่อตามรายการโทรทัศน์ ได้นำคลิปดังกล่าวมาประกอบการนำเสนอเป็นเหตุให้ผู้ชมบางส่วนเกิดความเข้าใจผิดว่าเจ้าหนี้นอกระบบได้ทำร้ายร่างกายลูกหนี้จนแขนหัก นั้นและเมื่อวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.00 น. นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มอบหมายให้ นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่พร้อมพลตำรวจตรี โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ปลัดอำเภอศูนย์ดำรงธรรมอำเภอท่าวุ้ง ได้สอบปากคำ นางสาวขวัญใจ ฯ และสามี ได้ความว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2567 เวลา 19.00 น. ตนและสามี ได้มาเดินเที่ยวงานประจำปีวัดไลย์ อำเภอท่าวุ้ง ได้พบกับนายทัศน์กรณ์ฯ และนางสาวสุจิตราภาฯ ซึ่งเป็นผู้ที่ตนและสามีได้ไปกู้ยืมเงินมาโดยเจ้าหนี้ได้มีการทวงถามหนี้ จึงเกิดการโต้เถียง และได้มีการทะเลาะวิวาทกัน เป็นเหตุให้สามีของตนได้รับบาดเจ็บบริเวณ ใบหน้าและลำคอ
ทั้งนี้ ลูกหนี้รายนางสาวขวัญใจฯ ยอมรับว่า ได้กู้ยืมเงินจาก นางสาวสุจิตราภา ฯ และนายทัศน์กรณ์ ฯ เป็นเงินต้นจำนวน 8,000 บาท โดยได้ผ่อนชำระไปแล้ว 12,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมาตนและสามีไม่ได้ลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอท่าวุ้งและสถานีตำรวจภูธรท่าโขลง ได้เจรจาไกล่เกลี่ย ระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้จนได้ข้อยุติแล้ว ว่าลูกหนี้ได้ชำระเงินเพียงพอแก่มูลแห่งหนี้และดอกเบี้ยแล้ว จึงไม่ต้องชำระเงินแก่เจ้าหนี้อีกต่อไป ด้านสถานีตำรวจภูธรท่าโขลง อำเภอท่าวุ้ง ได้ดำเนินการแจ้งข้อหาแก่ นายทัศน์กรณ์ ฯ และนางสาวสุจิตราภา ฯ ในข้อหา 1. ประกอบกิจการจัดหาซึ่งเงินทุนแล้วให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินในลักษณะประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด 3. ร่วมกันทวงถามหนี้โดยการข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใด ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของลูกหนี้หรือผู้อื่นและโดยการใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น และ 4. ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ในขณะเดียวกัน เวลา 13.00 น. ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านหมี่ ร่วมกับ สภ.บ้านหมี่ได้ขอหมายค้นจากศาลค้น บ้านเลขที่ 341 หมู่ 5 ตำบลบางพึ่ง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ของนายทัศน์กรณ์ฯ และนางสาวสุจิตราภาฯ เพื่อหาพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดีต่อไป
ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี