เกษตรกรจังหวัดลพบุรี สร้างสวนอินทผาลัม สวนผลไม้แบบผสมผสานตามศาสตร์พระราชา บนพื้นที่ 7 ไร่ ที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ในฐานะแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ จาก กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นการทำการเกษตรโดยอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก
สวนลุงทม เป็นสวนผลไม้แบบผสมผสาน ตามศาสตร์พระราชา บนพื้นที่ 7 ไร่ ของ นายทม ไทยเจริญ เกษตรกร วัย 61 ปี ตั้งอยู่ เลขที่ 110 หมู่ 1 ตำบลตะลุง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยใน 7 ไร่ แบ่งพื้นที่ขุดสระ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ประมาณ 1 งานเศษ... ลุงทม ปลูกผลไม้หลากหลายชนิด หลายสายพันธุ์ โดยมีพืชหลักให้เก็บผลผลิตขายได้ตลอดทั้งปี มีรวมอยู่ 4 ชนิด โดยเริ่มต้นจาก ปลูกมะนาวแคลิฟอร์เนีย , กระท้อน , ฝรั่ง และอินทผาลัม ซึ่งผลไม้ทั้ง 4 ชนิด ของสวนลุงทม ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ในฐานะแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ จาก กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นการทำการเกษตรโดยอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ทุกชนิด รวมถึงปุ๋ยเคมี สารกำจัดศัตรูพืช และสารอื่นๆ ที่ได้มาจากการตัดต่อพันธุกรรม (GMOs) เพื่อมุ่งเน้นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและความยั่งยืนในระยะยาวซึ่งขณะนี้ อินทผาลัม กำลังมาแรง ปีนี้ให้ผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา บางสายพันธุ์พร้อมจำหน่ายแล้ว
สำหรับอินทผาลัม ที่ สวนลุงทมแห่งนี้....ปลูกมาแล้ว 5 ปี เศษ มีอยู่ 4 สายพันธุ์ ประกอบด้วย...อินทผาลัมพันธุ์บาฮี (Barhee หรือ Barhi) เป็นอินทผาลัมที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการรับประทานผลสด มีถิ่นกำเนิดในประเทศอิรัก และเป็นที่รู้จักในชื่อ "แอปเปิลแห่งตะวันออกกลางผลอินทผาลัมพันธุ์บาฮีเมื่อสุกจะมีสีเหลืองทอง เนื้อกรอบ หวานอร่อย และไม่ติดรสฝาด ที่สวนลุงทม มีทั้งสายพันธุ์บาฮีเหลือง , สายพันธุ์บาฮีแดง ให้ผลผลิตดก โดยเฉพาะเมื่อต้นสมบูรณ์ ส่วน สายพันธุ์โคไนซี่ (KHONAIZI) สามารถรับประทานได้ตั้งแต่เริ่มแก่จัดและแห้ง เป็นพันธุ์ ที่รสชาติไม่หวานมาก ค่อนไปทางหวานมัน เมื่อแห้งจะมีเนื้อสัมผัสของอินทผลัมในแบบเฉพาะตัว ผลสีแดงเข้มและเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อเริ่มสุก ให้ผลผลิต 80-120 กิโลกรัมต่อต้น ขณะที่ อินทผาลัม สายพันธุ์เบรม (Bream) เป็นอินทผลัมสดที่ได้รับความนิยม มีรสชาติหวาน กรอบ และไม่ติดฝาดเมื่อผลแก่เต็มที่ ถือเป็นราชินี แห่งอินทผลัมทานผลสดผลสุก มีสีส้มโอรส หรือสีเหลืองทอง โดยมีต้นกำเนิดจากประเทศอิรัก นิยมรับประทานแบบสด และมีรสชาติคล้ายน้ำผึ้ง
โดยราคาจำหน่ายหน้าสวนในปีนี้... ลุงทมบอกว่า...ราคาจะถูกลงกว่าปีที่ผ่านมากเล็กน้อย เนื่องจากมีผลผลิตออกมามาก จากอินทผาลัม สายพันธุ์บาฮีแดง และสายพันธุ์เบรม ปีที่แล้วราคากิโลละ 600 บาท เหลือ 500 บาท ส่วน สายพันธุ์โคไนซี่ ลงมาที่ 300 บาท และ สายพันธุ์บาฮีเหลือ ปีที่แล้ว 300 บาท ปีนี้ ลงมา 250 บาท ที่ปรับราคาลงเพราะต้องการให้ลูกค้าได้เข้าถึง...ในราคาที่จับต้องได้.... ส่วนต้นพันธุ์ของสวน ขายแบบเป็นหน่อแท้ ที่เกิดจากการตอนหน่อต้นแม่ รับรองว่าตรงสายพันธุ์ และเป็นต้นพันธุ์เพศเมียเมื่อนำไปปลูกติดลูกแน่นอน แต่ต้องมีต้นพันธุ์ตัวผู้ เพื่อนำเกสรตัวผู้มาผสมใส่เกสรตัวเมีย เมื่อผสมเสร็จแล้วก็เริ่มนับวัน เมื่อครบ 150 วัน ถึงจะเก็บผลของอินทผาลัม ได้
ส่วนช่องทางจำหน่าย หรือการจอง คือ เนื่องจากสวนลุงทม เป็นสวนผสม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ก็จะลงจำหน่ายลงในเพจ เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้คนเข้ามาดู มาถ่ายรูป มาชิมแล้ว ก็เข้ามาเลือกซื้อถึงสวน หรือบางคนอาจจะโทรเข้ามาสั่งจอง ทางสวนก็จะจัดส่งให้ถึงบ้าน
ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี