เกษตรกรยุคใหม่ลพบุรี ชู “กล้วยหอมคาเวนดิช” ส่งออกนอก ทำเงิน 3 แสนบาทต่อไร่ ผสานนวัตกรรมกับเกษตรพอเพียง
วันนี้จะพาลงพื้นที่ ไปยัง สวน“ไร่ไพวัลย์ กล้วยหอม” ณ บ้านเลขที่ 240 หมู่ 4 ตำบลชอนม่วง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เยี่ยมชมความสำเร็จของ นายไพวัลย์ แจ่มแจ้ง และลูกชาย นายนพนันท์ แจ่มแจ้ง รองประธานยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดลพบุรี ที่พลิกโฉมการทำเกษตรแบบเดิม สู่การปลูกกล้วยหอมสายพันธุ์คาเวนดิช (Cavendish) จากประเทศอิสราเอล สร้างรายได้สูงถึง 300,000 บาทต่อไร่
จากพื้นที่เพียง 3 ไร่เศษในปี 2564 ปัจจุบันได้ขยายเครือข่ายเกษตรกรกว่า 30 ราย รวมกลุ่มจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน “กล้วยหอมลพบุรี” มีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 100 ไร่ โดยใช้แนวคิด “การตลาดนำการผลิต” ผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับหลักเกษตรพอเพียง จนผลผลิตผ่านเกณฑ์มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร และผลักดันให้ไร่แห่งนี้คว้ารางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน
โดยไร่ไพวัลย์เน้นการจัดการแปลงอย่างชาญฉลาดเพื่อลดต้นทุนแรงงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การใช้พลังงานสะอาดโดยใช้ระบบให้น้ำแบบน้ำหยดผ่านพลังงานโซลาร์เซลล์ การเกษตรปลอดภัยโดยเน้นปุ๋ยคอกอินทรีย์ ใช้วิธีรมควันไล่แมลงแทนสารเคมี และใช้เชือกฟางมัดโยงต้นกล้วยแทนไม้ค้ำยัน นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีมาช่วยทุ่นแรงโดยการดัดแปลงรถโฟล์คลิฟต์ (Forklift) ขนาดเล็ก ให้วิ่งเข้าล่องสวนและยกตัวได้สูง 2.5 เมตร เพื่อใช้ห่อและตัดเก็บผลผลิต ช่วยประหยัดเวลาและลดปัญหาขาดแคลนแรงงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
นายนพนันท์ แจ่มแจ้ง ประธานวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมลพบุรี กล่าวว่า… กล้วยหอม สายพันธุ์คาเวนดิช กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สำหรับสายพันธุ์ ที่ปลูก เป็นสายพันธุ์คาเวนดิช ที่พัฒนาสายพันธุ์มาจากประเทศอิสราเอล ที่ไม่เหมือนกับกล้วยหอมสายพันธุ์ทั่วไป คือ ต้นใหญ่ หากินเก่ง และให้ผลผลิตดกถึง 12-17 หวีต่อเครือ (น้ำหนักสูงสุด 80 กิโลกรัม/เครือ) รายได้งามโดย 1 ไร่ ปลูกได้ 600 ต้น เก็บเกี่ยวได้ปีละ 2 ครั้ง ราคาขายอยู่ที่ 300–500 บาทต่อเครือ เมื่อรวมกับการขายหน่อกล้วยและการแปรรูป จะสร้างรายได้เฉลี่ย 300,000 บาทต่อไร่ต่อปี โดยลงทุนปลูกเพียงครั้งเดียว สามารถดูแลและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ยาวนานถึง 7-8 ปี ปัจจุบันผลผลิตได้กว่า 20 ตันต่อเดือน โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นในการบ่มกล้วยเพื่อรักษาคุณภาพ ส่งออกไปยัง จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น และจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของไทย
จึงถือว่ามีความคุ้มค่าต่อการทำเกษตรแบบยั่งยืน โดยได้มีการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมลพบุรี โดยนำนวัตกรรมด้านการเกษตรสมัยใหม่ ผสมผสานกับแนวพระราชดำริเกษตรพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในพื้นที่เพาะปลูก และขยายเครือข่ายเป็น 100 กว่าไร่แล้ว
สำหรับ กล้วยหอมคาเวนดิช นั้น ให้คุณประโยชน์ทางโภชนาการต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่งมี คาร์โบไฮเดรตที่เป็นแป้งที่จำเป็นที่ร่างกายต้องการ น้ำตาลฟรุกโตส ซูโครส กลูโคส ที่สามารถช่วยให้นำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ทันที จะเห็นได้ว่า นักกีฬาเทนนิส เวลาพักเหนื่อยๆจะบริโภคกล้วยหอมคาเวนดิช เพราะให้พลังงานอย่างรวดเร็วนั่นเอง นอกจากนี้ยังต้านการเกิดของจุลินทรีย์ที่ไม่ดีในร่างกาย มีใยอาหารที่จำเป็น อาทิ โปรตีน วิตามินซี บี 1 บี 2 และวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน แคลเซียม เหล็ก รวมถึงฟอสฟอรัสด้วย
ทางด้านสรรพคุณทางสมุนไพร นั้น กล้วยหอมคาเวนดิช จะช่วยทำให้การขับถ่าย ลดอาการท้องอืด ท้องแข็ง ช่วยลดอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะ และอาการปวดท้องจากการมีประจำเดือนได้อีกด้วย ส่วนในผลดิบเองสามารถช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารได้ ลดอาการท้องเสียถ่ายไม่หยุดได้ แม้แต่เปลือกด้านในเอามาถู ช่วยแก้การอักเสบบวมของผิวหนังที่เกิดจากยุงกัด ส่วนลำต้นเอามาต้มดื่มช่วยลดอาการปวดฟันได้ด้วย
**ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี**